บลจ.ลงทุนเลห์แมนสูญ 54 ล้านบาท
เขียนโดย ข่าวNewsman เมื่อ October 6th, 2008บลจ.ลงทุนเลห์แมนสูญ 54 ล้านบาท
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ปัญหาสถาบันการเงินของสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมา พบว่าธุรกิจในไทยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีไม่มากนัก และจากการติดตามและรวบรวมข้อมูลการลงทุนของไทยไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมและการลงทุนตรง ทั้งในหุ้น หุ้นกู้ หรือตราสารอื่นของสถาบันการเงินต่างประเทศที่มีปัญหา พบว่ามีปริมาณน้อยมาก การไถ่ถอนหน่วยลงทุนอยู่ในระดับปกติ และฐานะการเงินของบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งในขณะนี้มีความแข็งแกร่ง ไม่มีประเด็นต้องเป็นห่วง
สำหรับสภาพการทำชอตเซลล์ในไทยที่ผ่านมามีปริมาณเล็กน้อยเพียง 0.6% ของมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์รวม และแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงที่เกิดวิกฤติดังกล่าว ทั้งนี้ ในหลายๆตลาดได้ออกเกณฑ์ห้ามทำหรือเพิ่มเติมเกณฑ์ให้เข้มงวดขึ้น เพราะเกรงว่าจะเป็นเหตุซ้ำเติมสภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่สำหรับไทยมีเกณฑ์ในเรื่องนี้เข้มงวดอยู่แล้ว เช่น ทำได้เฉพาะหุ้นที่อยู่ใน SET 50 เพราะมีขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูง ต้องแสดงว่ามีการยืมหุ้นมาก่อนแล้ว และราคาที่เสนอขายต้องไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถดัมพ์ราคาได้ ดังนั้น ในระยะนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเกณฑ์หรือห้ามทำชอตเซลล์
อย่างไรก็ดี สภาวะเช่นนี้ได้ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า จะเกิดลุกลามและขยายวงกว้างออกไปอีก ซึ่ง ก.ล.ต.ไม่ได้วางใจยังคงให้ความสำคัญโดยประสานงานกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) และติดตามสถานการณ์ในมุมมองของผู้ที่อยู่ในวงการทั้งในและต่างประเทศเพื่อทราบความเคลื่อนไหวของทุกตลาดทั่วโลก รวมถึงความเสี่ยงของสถาบันการเงินชั้นนำทุกแห่ง รวมทั้งประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลกระทบและแนวทางรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
“จากการติดตามความเสียหายของกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) มีความเสียหายจากกรณีเลห์แมนฯ น้อยมากเพียง 54 ล้านบาท จากกองทุนเอฟไอเอฟ ที่ บลจ.นำเงินออกไปลงทุนทั้งหมด 350,000 ล้านบาท”
นายธีระชัยกล่าวอีกว่า ผลของวิกฤตการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดสภาวการณ์ตึงตัวในตลาดการเงินของโลก ดังนั้น ก.ล.ต.จึงสนับสนุนให้ภาคธุรกิจระดมทุนเสริมสภาพคล่องผ่านตลาดทุนโดยชูมาตรการ “ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง” สำหรับทั้งการเสนอขายทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน โดยให้การเสนอขายหุ้นกู้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอแรนต์) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตจาก ก.ล.ต. ส่วนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญจะมีการแก้ไขเกณฑ์ปลีกย่อยที่เป็นภาระต่อผู้เสนอขายหลักทรัพย์ด้วย.
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tags: ตลาดหลักทรัพย์, สถาบันการเงิน, สหรัฐ, เลห์แมน

