สัมผัสทุกอารมณ์ของข่าวสาร ดูคลิป ดูดวงแม่นๆพร้อมกับเพลงซึ่งสามารถฟังเพลง โดยระบบเพลงออนไลน์ พร้อมยังมีบริการเฟซบุ๊ก และโค้ดhi5อีกด้วย ได้ที่นี่กระดานดำดอทคอม

ข่าวผลญี่ปุ่นโหวตให้”ทาโร อาโซ” “บารัค โอบามา”งดและเลิกสูบบุหรี่ วันงดสูบบุหรี่โลก

ชาวญี่ปุ่นโหวต”ทาโร อาโซ-โอบามา”เลิกสูบบุหรี่

ชาวญี่ปุ่นโหวตอยากให้นายกทาโร อาโซ-โอบามา เลิกสูบบุหรี่ เนื่องในวันงดสูบบุหรีโลก ประจำปี 2552 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงานวันงดสูบบุหรี่โลกในไทย อบต.ท่าตูมจัดท่าตูมคัพท์รณรงค์ต้านภัยบุหรี่ ยาเสพติด

เนื่องจากวันที่ 31 พ.ค.นี้เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก สมาคมโมโทรโพลิทัน แอสโซซิเอชั่น ออน สโมคกิ้ง ออร์ เฮลธ์ (Metropolitan Association on Smoking or Health) ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่าต้องการให้บุคคลมีชื่อเสียงคน ใดเลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่มาก ที่สุด และผลปรากฏว่า นายกรัฐมนตรี ทาโร อาโซ ของญี่ปุ่นติดอันดับที่ 4 โดยมีเสียงเรียกร้องถึง 118 คน และมีข้อความที่เข้าไปวิจารณ์ในเวบไซต์ขององค์กรนี้บอกว่า ทุกครั้งที่ได้เห็นใบหน้าที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และได้ยินเสียงแหบแห้งของอาโซ ทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้เกี่ยวกับอนาคตที่เลวร้ายของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ของสหรัฐ ติดอันดับที่ 11 และมีข้อความแสดงความคิดเห็นหนึ่งบอกว่า อยากให้ทั้งผู้นำญี่ปุ่นและสหรัฐจับมือเป็นพันธมิตรในการงดสูบบุหรี่ ส่วนทาคุยะ คิมูระ ดาราหนุ่มและนักร้องวงสแมปชื่อดังของญี่ปุ่น ติดอันดับ 2 และฮายาโอะ มิยาซากิ นักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่นที่คว้ารางวัลออสการ์อยู่อันดับ 3

และที่อินโดนีเซีย มีนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวหลายพันคนเดินขบวนรณรงค์งดสูบบุหรี่โลกในกรุงจาการ์ตาและหลายเมืองทั่วประเทศ ขณะที่ข้อมูลจากกลุ่มต่อต้านการสูบบุหรี่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า ผู้สูบบุหรี่ทั่ว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีถึง 125 ล้าน ซึ่งร้อยละ 46 อยู่ในอินโดนีเซีย แต่อินโดนีเซียเป็นเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ยังไม่ได้ลงนามใน กรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก

พระองค์เจ้าโสมสวลีฯเสด็จทรงเปิดงานวันงดสูบบุหรี่โลก

เมื่อเวลา 15.00 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จ ณ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร ทรงกดปุ่มเปิดงาน วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2552 โดยมีนาย มานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเฝ้ารับเสด็จ

นายมานิต ได้กราบทูลรายงานว่า องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก และขอความร่วมมือประเทศต่างๆ ทั่วโลก ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ประชากรโลกเสียชีวิตปีละกว่า 5 ล้านคน รวมทั้งขอให้ผู้สูบบุหรี่ทั่วโลก ซึ่งขณะนี้มีประมาณ 1,300 ล้านคน ให้หยุดสูบบุหรี่ในวันนี้ โดยกำหนดคำขวัญรณรงค์ ว่า “ บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย ” (Tobacco Health Warnings) เพื่อรณรงค์เผยแพร่ความรู้ พร้อมเตือนภัยเกี่ยวกับพิษภัย รวมถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ สร้างค่านิยมใหม่แก่เด็กและเยาวชน ไม่ให้สูบบุหรี่ เนื่องจากเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของบริษัทบุหรี่ ทดแทนลูกค้าเก่าที่เริ่มเจ็บป่วยจนต้องเลิกสูบและทยอยเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากบุหรี่ที่มีกว่า 25 โรค เนื่องจากบุหรี่มีสารประกอบ ต่างๆประมาณ 4,000 ชนิด มีสารก่อมะเร็งไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด

ในส่วนของประเทศไทย มีคนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ทั้งสูบเองและบุหรี่มือสอง ปีละกว่า 40,000 คน โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด จะมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละเกือบ 20,000 คน บุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 2 ของการเสียชีวิตของคนไทยรองจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

ผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2550 ในกลุ่มคนไทยอายุ 15 ขึ้นไปซึ่งมีจำนวน 51 ล้านกว่าคน พบว่า สูบบุหรี่ 10.8 ล้านคน หรือร้อยละ 21 ของประชากร โดยสูบบุหรี่เป็น ประจำทุกวัน 9.4 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2535 ที่มีผู้สูบประจำเกือบ 12 ล้านคน มีผู้สูบนานๆครั้ง 1.3 ล้านคน ผู้ชายสูบบุหรี่มากกว่า ผู้หญิง 22 เท่าตัว สูบเฉลี่ยวันละ 10.3 มวน ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตเทศบาล ผู้สูบ 1 ใน 5 กลุ่มอยู่วัยทำงานอายุ 25-59 ปี รองลงมือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สูบร้อยละ 17 ส่วนกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปีสูบร้อยละ 12 โดยอายุเริ่มสูบเฉลี่ย 18 ปี สาเหตุการเริ่มสูบบุหรี่ของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ พบว่าเกินครึ่ง ร้อยละ 55 สูบเพราะอยากลอง รองลงมาคือสูบตามเพื่อน

ในการนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และประทานรางวัล World No Tobacco Day Awards 2009 ขององค์การอนามัยโลก ให้ผู้ที่มีผลงานดำเนินงานป้องกันควบคุมบุหรี่ 2 ประเภท ได้แก่ รางวัล Director General Special Awards 2009 ผู้ได้รับรางวัลได้แก่ ดร. พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรางวัล World No Tobacco Day Awards 2009 แก่ กรมควบคุมโรค และดร.นพ. สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ และได้ประทานโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคคล ผู้กระทำคุณประโยชน์ ผู้ให้การสนับสนุน และผู้มีผลงานดีเด่นด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ จำนวน 30 รายด้วย

ดร. พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สนับสนุนแนวคิดการนำภาษียาสูบและสุรามาตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ โดยเป็นผู้วางแผน ประสานงานและนำร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้าง เสริมสุขภาพ และร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2542 ปัจจุบันสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการรณรงค์ถึงพิษภัยของบุหรี่ผ่านสื่อมวลชนโดยเฉพาะทางทีวี รวมทั้งสนับสนุนการผลักดันการพิมพ์ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ และรูปแบบการนำภาษียาสูบและสุรามาสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นต้นแบบของรัฐบาลประเทศต่างๆที่นำไปพิจารณาผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศ ของตัวเอง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลควบคุมการบริโภคยาสูบและกำกับดูแลการใช้พระราช บัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 ใน ปี พ.ศ. 2517 ได้ออกประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ให้พิมพ์ข้อความคำเตือนบนซองบุหรี่ครั้งแรก โดยใช้คำว่า “ การสูบบุหรี่เป็น อันตรายต่อสุขภาพ ” และได้มีการพัฒนาข้อความเรื่อยมา โดยในปี พ.ศ. 2540 เพิ่มขนาดคำเตือน เป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ซองทั้งสองด้าน ให้บังคับใช้ทั้งบุหรี่ภาย ในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2547 มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 8 ให้พิมพ์ภาพคำเตือนสี่สีจำนวน 6 ภาพครั้งแรก และมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2548 ในปี พ.ศ. 2549 ให้จัดทำคำเตือนเป็นอักษร พิมพ์ที่ข้างซองบุหรี่ เกี่ยวกับสารพิษและสารก่อมะเร็ง และพิมพ์ภาพเตือนภัยสี่สี 9 ภาพ ที่ซองบุหรี่ โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่ได้จัดทำภาพพร้อมคำเตือนบนซองผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยสามประเทศแรกได้แก่ แคนนาดา บราซิล และสิงคโปร์

สำหรับ ดร. นายแพทย์สุภกร บัวสาย ในฐานะผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้สร้างผลงานรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชน ลด ละ เลิกบุหรี่อย่าง เป็นรูปธรรม ขณะที่ศึกษาอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา เป็นหัวหน้านักศึกษาไทยในการเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ที่ใช้มาตรา 301 เพื่อเจรจาให้ไทยเปิดตลาดบุหรี่โดย ส่งหนังสือคัดค้านถึง ประธานาธิบดี จอร์จ บุช เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นแกนนำจัดทำข้อเสนอจัดตั้งสถาบันเอกชนเพื่อสาธารณสุขและกองทุนเพื่อส่ง เสริมสุขภาพ ผลักดันพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ…. ผ่านคณะรัฐมนตรี

นายมานิตยังกล่าวต่ออีกว่า ขอเชิญชวนผู้ที่สูบบุหรี่ให้ถือฤกษ์ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม เป็นต้นไป เลิกสูบบุหรี่อย่างถาวร เมื่อเลิกสูบบุหรี่ได้ ร่างกายและปอด จะปลอดสารพิษจากควันบุหรี่ จะรู้สึกโล่งหายใจได้สะดวกขึ้น ภายใน 2 สัปดาห์เสมหะจะลดลง ลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ลดความเสียงจากโรคมะเร็งอวัยวะต่างๆ ลดความเสี่ยงจากโรคถุงลมปอดโป่งพอง และถ้าเลิกสูบบุหรี่ขณะที่ยังไม่มีการทำลายปอดอย่างถาวร สมรรถภาพของปอดก็จะสามารถฟื้นตัวได้ ผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้ จะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป หากเลิกสูบก่อนอายุ 50 ปี จะมีโอกาสเสียชีวิตเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ที่คงสูบต่อไป เมื่อทั้งสองมีอายุ 65 ปี

174วัดอุบลฯประกาศเป็นพื้นที่เขตปลอดบุหรี่

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดทุ่งศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวิโรฒ มีแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานพิธีมอบเกียรติบัตรโครงการวัดปลอดบุหรี่ จำนวน 174 วัด ที่ร่วมประกาศเจตนารมย์เป็นวัดต้องปลอดบุหรี่ ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับเครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงเพื่อส่งเสริมศีลธรรม ได้จัดขึ้น เพื่อเป็นการรณรงค์ให้วัดเป็นพื้นที่ปลอดจากบุหรี่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์สามเณร ตลอดจนญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด รวมทั้งได้แสดงธรรมเกี่ยวกับโทษภัยของบุหรี่ให้ประชาชนลดละเลิกการสูบบุหรี่

พระมหาวรวุฒิ ปัญญาวุฒิโฒ เลขาธิการสำนักงานเครือข่ายพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า ทางเครือข่ายสงฆ์ลุ่มน้ำโขงฯได้รณรงค์ให้วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ดำเนินการในวัดรวม 5 จังหวัดได้แก่จังหวัดนครพนม มุกดาหาร สกลนคร อุดรธานีและจังหวัดหนองคาย ซึ่งในปีนี้ ได้เน้นการขยายผลโครงการในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธรและจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งพระสงฆ์ควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการเทศนาสอนญาติโยม และพุทธศาสนิกชน ต้องไม่ถวายบุหรี่แก่พระสงฆ์

นายอาคม มีชัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ได้ประเมินวัดที่เข้าร่วมโครงการวัดปลอดบุหรี่ พบว่า มีวัดที่ปลอดบุหรี่ จำนวน 43 วัด รวมทั้งวัดที่พระสงฆ์สามเณรไม่สูบบุหรี่ จำนวน 54 วัด ส่วนอีก 77 วัดได้จัดพื้นที่สูบบุหรี่และห้ามสูบบุหรี่ นอกจากนั้น ในวันที่ 9 – 15 มิถุนายน นี้ จังหวัดอุบลราชธานี จะมีการประชุมพระสังฆาธิการ ทุกแห่งเพื่อสร้างความเข้าใจโครงการวัดเขตปลอดบุหรี่ และจะมีการจัดทำทำเนียบพระภิกษุสงฆ์สามเณรที่เลิกบุหรี่ด้วย

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข กำลังดำเนินการออกประกาศกำหนดให้วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ 100% เช่นเดียวกันกับโรงเรียนและโรงพยาบาล เพื่อให้ครู แพทย์ และพระสงฆ์เป็นผู้นำทางสังคมในการสร้างค่านิยมไม่สูบบุหรี่ รวมทั้งการรณรงค์ให้วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง และลดอัตราการสูบบุหรี่ของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร

อบต.ท่าตูมจัดท่าตูมคัพท์รณรงค์ต้านภัยบุหรี่ ยาเสพติด

เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้วันที่ 31 พฤษภาคม 2552 องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม(อบต.) อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้จัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติดและรณรงค์งดสูบบุหรี่ วันงดสูบบุหรี่โลก มีกำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม(ส.อบต.) รวม 10 หมู่ รวมจำนวนกว่า 300 คน ได้จัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอล อบต.ท่าตูมคัพท์ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 8 ก.ค. 52 ณ.สนามกีฬาสวนสาธารณะ โป่งไผ่ หมู่ 7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีทีมกีฬาจากแต่ละหมู่บ้าน 10 หมู่บ้านนำเด็กและเยาวชนรวม 10ทีมเข้าแข่งขัน

นายอุทิศ เลิศศักดิ์วิมาน รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม กล่าวว่า วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมนี้ เนื่องจาก เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลต่อต้านยาเสพติด “ อบต.ท่าตูม คัพ ครั้ง 2เพื่อร่วมรณรงค์และต่อต้านยาเสพติด ภายใต้ คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2552 (2009) “Tobacco Health Warnings บุหรี่มี พิษ ร่วมคิดเตือนภัย ” เพื่อให้เยาวชนและประชาชนในตำบลท่าตูมเกิดความตระหนักในเรื่องของสุขภาพซึ้ง จะช่วยให้เกิดความแข็งแรงสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา รวมทั้งยังสร้างสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนทำให้ทุกคนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และห่างไกลยาเสพติด

ด้านนายอะนนท์ เจริญสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม(อบต.)ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ว่า ในปีนี้ ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน และให้บุคลากรสาธารณสุขมีส่วนร่วมในการรณรงค์ควบคุมการบริโภคยาสูบ

ทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม (อบต.)ได้จัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลต่อต้านยาเสพติดครั้งที่ 2(อบต. คัพ ครั้งที่ 2) เพื่อสร้างเสริมพลานามัย ให้เยาวชนได้เวลาออกกำลังกาย ห่างไกลยาเสพติด มีความสมัครสมานสามัคคี และเห็นว่ากีฬาก็เป็นยาชนิดหนึ่งที่สามรถทำให้เยาวชนมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ อย่างเห็นได้ชัด

ในส่วนกิจกรรมอื่นๆที่นอกเหนือจากด้านกีฬาแล้ว ทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูมยังร่วมมือในเรื่องของการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดคือ ในช่วงกลางคืนของทุกคืนได้ขอความร่วมมือจาก อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.)กับทางเจ้าหน้าที่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีมหาโพธิตั้งจุดตรวจจุดสกัดและออกตรวจตระเวนในพื้นที่ ที่เสี่ยงต่อการแพรระบาดของยาเสพติด เพื่อกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ลดน้อยลงและหมดไปในที่สุด

นายอะนนท์ ยังกล่าต่อว่า ทุกวันนี้ ต.ท่าตูม เป็นตำบลที่เจริญและมีความเสี่ยงของยาเสพติดสูง จากความรู้สึกส่วนตัวประชาชนในพื้นที่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยาเสพติด แต่เนื่องด้วยตำบลท่าตูมเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่มีประชากรแฝงเข้ามาพักอาศัย ในพื้นที่อยู่มากและพบว่ามีการค้า-ขายยาเสพติดพร้อมผู้เสพเป็นจำนวนมาก และพอมีการเสพกันเป็นจำนวนมากปัญหาการก่ออาชญากรรมก็เกิดขึ้นตามมา ในฐานะที่เป็นตัวแทนประชาชน รู้สึกเป็นห่วงเรื่องของยาเสพติดมาก และเป็นห่วงในความไม่ปลอดภัยในเยาวชนที่เสี่ยงกับการติดยาเสพติด

“ขอฝากในประชาชนในพื้นที่เป็นหูเป็นตาในการการสอดส่องดูแลพบเห็นแหล่ง ผู้ค้ายาเสพติดให้แจ้งทางเจ้าหน้าไดรับทราบอย่างทันที่ การกีฬาก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้เยาวชนหันมาเล่นกีฬาในเวลาว่างเพื่อ ห่างไกลยาเสพติดได้ ” นายอะนนท์ กล่าวในที่สุด

สวนดุสิตโพลเผยประชาชนกว่า42%สูบบุหรี่เพราะเคยชิน

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่มีคนใกล้ชิดสูบ และผู้ที่ไม่มีคนใกล้ชิดสูบ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 1,092 คน ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค.52 เนื่องในวัน “งดสูบบุหรี่โลก” พบว่าความคิดเห็นต่อ “คนที่สูบบุหรี่” ภาพรวมร้อยละ 41.06 เห็นว่า สูบได้แต่จะต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน /ไม่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนผู้อื่น ร้อยละ 30.72 ระบุเป็นห่วงสุขภาพและอันตรายที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ขณะที่ร้อยละ 28.22 ระบุเป็นสิทธิส่วนบุคคล /อยากจะเลิกแต่เลิกไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มีเพียงผู้ที่สูบบุหรี่ เห็นว่า การสูบบุหรี่เป็นสิทธิส่วนบุคคล อยากจะเลิกแต่เลิกไม่ได้ มาเป็นอันดับแรก ส่วนเหตุผลที่ทำให้ “สูบบุหรี่” ภาพรวมหรือร้อยละ 42.49 ระบุสูบมานานแล้ว /เป็นความเคยชิน ร้อยละ 35.79 ระบุรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยให้คลายเครียดได้ ร้อยละ 21.72 บอกอยากลอง /เห็นคนอื่นสูบจึงอยากสูบบ้าง

สำหรับประเด็นการขึ้นราคา “บุหรี่” มีผลที่จะทำให้การสูบบุหรี่ลด ลงหรือไม่ ร้อยละ 41.28 เห็นว่าไม่มีผล เพราะในแต่ละวันมีการกำหนดไว้ว่าต้องสูบกี่มวน และไม่ส่งผลกระทบต่อเงินที่มีอยู่, ไม่ได้เป็นการสิ้นเปลืองมากเกินไป, ไม่ได้สูบเป็นประจำ, ยังคงสูบต่อไป ฯลฯ ร้อยละ 37.08 ไม่แน่ใจ เพราะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ /รายได้ส่วนตัว, ขึ้นอยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่มากกว่าว่าราคามีผลหรือไม่ หรือต้องการของที่จะสูบต่อไป ฯลฯ ขณะที่ 21.64 ระบุมีผลเพราะทำให้ปริมาณการสูบบุหรี่ในแต่ละวันลดน้อยลง, สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย, เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้มากขึ้น ฯลฯ

ส่วนวิธีที่จะทำให้ “เลิกสูบบุหรี่” ร้อยละ 50.32 เห็นว่า ขึ้นอยู่ที่ตัวเองโดยนึกถึงครอบครัวหรือคนที่รักเพื่อเป็นกำลังใจ ร้อยละ 30.39 ระบุส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประชาสัมพันธ์ ถึงพิษภัยของบุหรี่หรือรณรงค์ให้งดสูบบุหรี่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ร้อยละ 19.29 ให้เพิ่มราคาบุหรี่ให้แพงมากขึ้นหรือปิดโรงงานยาสูบไปเลย ต่อประเด็นคำถาม “การสูบบุหรี่” เป็นภัยต่อ “ใคร” มากที่สุด ภาพรวมร้อยละ 63.07 เห็นว่าเป็นภัยเฉพาะตัว เพราะทำให้ผู้ที่สูบได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสูบบุหรี่, ทำให้สุขภาพ ร่างกายเสื่อมโทรม ฯลฯ ร้อยละ 25.54 ระบุเป็นภัยต่อคนรอบข้าง เพราะกลิ่นควันที่ปล่อยออกมาเป็นการรบกวนคนรอบข้าง, ทำให้คนใกล้ตัวมีสุขภาพที่แย่ลง, ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ ร้อยละ 11.39 เป็นภัยต่อส่วนรวม เพราะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมแย่ลง, ทำให้รัฐต้องสูญเสียค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก, ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
ที่มา คมชัดลึก

ลงความคิดเห็น