จา-พนม พร้อมเปิดใจถึง องค์บาก 2

เขียนโดย ข่าวNewsman เมื่อ October 9th, 2008

จา-พนม พร้อมเปิดใจถึง องค์บาก 2

ดูเหมือนจะเป็นฟ้าหลังฝนที่ดูสดใสไม่น้อย สำหรับการกลับมาเดินหน้าถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ องค์บาก 2 ของพระเอกนักบู๊ จา พนม ยีรัมย์ ที่แม้งบประมาณจะบานปลายเฉียดๆ 300 ล้านเข้าไปแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าคุณภาพของหนังนั้นคับแก้วจริงๆ โดยล่าสุดทางทีมงานได้มีการเปิดกองถ่ายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งการสัมภาษณ์ของ จา-พนม แบบสดๆ ร้อนๆ ในกองถ่ายองค์บาก 2 ที่จังหวัดระยอง เมื่อค่ำวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา

เป็นยังไงบ้างสำหรับการกลับมาทำงานในครั้งนี้?

การถ่ายทำที่ผ่านมาก็มีทั้งราบรื่นและไม่ราบรื่นครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการถ่ายทำหนัง กลับมาคราวนี้แฮปปี้ดีพร้อมครับ สำหรับในเรื่องนี้จะมีความแตกต่างจากต้มยำกุ้ง และองค์บากภาคแรก นั่นก็คือการที่เราเอาศิลปะการต่อสู้มาบวกกับเรื่องของโขนซึ่งก็คือนาฏศิลป์ แล้วก็มีลีลาอีกหลายลีลา ไม่ว่าจะเป็นลีลายักษ์ ลิง ครุฑ นาคราช สิงห์ ซึ่งเป็นแอ็กชั่นที่หลากหลาย จะน่าสนใจยังไงก็ต้องรอดูครับ

ความรู้สึกในการนั่งแท่นกำกับฯ เป็นครั้งแรก?

ก็รู้สึกดีนะครับที่อาจารย์พันนาและเสี่ยเจียงได้ให้โอกาสผม รู้สึกเป็นเกียรติ และจะพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด เพื่อพี่น้องชาวไทย และแฟนหนังทั่วโลก

อุปสรรคในการถ่ายทำ?

มีหลายอย่างครับ อย่างเช่นสภาพดินฟ้าอากาศ ทำให้ถ่ายทำได้ไม่มากเท่าที่ควร และหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม เป็นหนังพีเรียดด้วย และตัวนาฏศิลป์ด้วย ทำให้มีรายละเอียดเยอะ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องหาข้อมูลค่อนข้างถี่ แต่ก็ถือว่าเราเกิดมาแล้วครั้งแรกได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ผมว่าเป็นความโชคดีและน่าภาคภูมิใจมากครับ

เป็นไปอย่างที่คาดหวังมั้ย?

เป็นไปตามที่คาดหวังไว้เลยครับ ได้สิ่งที่ต้องการและสิ่งใหม่ๆ จากการทำงานครั้งนี้ทำให้ผมได้ประสบการณ์หลายๆ อย่าง ซึ่งที่ผ่านพ้นมาคือมันได้ฝ่าฟันอุปสรรค ได้เจอกับสิ่งที่ผ่านพ้นมา ผมถือว่ามันเป็นครูที่ดี และในหนังเรื่องนี้เป็นจิตวิญญาณของครูบาอาจารย์ที่หล่อหลอมออกมา ถ้าได้รู้หนังเรื่องนี้แล้วจะเห็นว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร อย่างเช่นเรื่องของครูโขนผมก็ต้องไปศึกษา แล้วก็เรื่องของธรรมะ เรื่องของพรามณ์ พุทธ ผมก็ต้องไปศึกษาว่ามีที่มาเป็นอย่างไร

มีอะไรเป็นพิเศษในการทำงานครั้งนี้?

อย่างแรกเลยคือเรื่องของใจ ความศรัทธาต้องมาก่อน เราคงมีความศรัทธาเป็นที่ตั้งอันดับแรก ครั้งนี้ยอมรับว่าเป็นงานที่หนักที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่มันก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง แล้วเป็นสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน อย่างเช่นการกำกับฯ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเป็นแค่นักแสดงที่เล่นไปตามบทบาทเท่านั้น แต่ ณ ตรงนี้เราเป็นผู้กำกับฯ เราก็ต้องลงไปให้ลึกมาก ถามว่ายากมั้ย ก็ยากครับ เหนื่อยสุดๆ เลือดตาแทบกระเด็น หนังเรื่องนี้เรียกได้ว่าผมทำแบบเอาชีวิตเข้าแลก เอาชีวิตเสี่ยงตายทุกอย่างและทุกฉาก

ความรู้สึกในการกลับมาร่วมงานกับ พันนา ฤทธิไกร?

มันเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมานานแล้วว่า มันจะต้องมีหนังที่เราทำด้วยกัน ในที่สุดวันนี้ก็ได้มีโอกาสและได้ทำด้วยกัน โดยเฉพาะอาจารย์ของผมซึ่งก็คืออาจารย์พันนาเป็นคนที่ให้โจทย์ผมมาตลอด เหมือนกับครูที่ให้การบ้าน แล้วผมก็ไปตอบโจทย์จนกลายเป็นสิ่งนี้ขึ้นมา

ตอนนี้หนังเหลืออีกกี่เปอร์เซ็นต์?

อีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ครับ

กับโปรดิวเซอร์ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ได้พูดคุยกันบ้างหรือเปล่า?

ก็ปรึกษากันอยู่ครับ พี่ปรัชก็ยังเป็นพี่ชายผมเหมือนเดิมครับ

มีอะไรที่ยังเป็นกังวลบ้างหรือไม่กับการทำงานมาถึงวันนี้?

ไม่มีครับ มีแต่ลุยหน้าต่อไปครับ ก็รอดูนะครับ 4 ธันวาคมนี้หนังจะได้ฉายอย่างแน่นอน เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับเพื่อหนังไทย

ที่มาของเนื้อหาโดย sanook.

คุณอาจสนใจเรื่องนี้

Tags: , ,



แสดงความคิดเห็นเลยจ้า

เงื่อนไขการร่วมแสดงความคิดเห็น
1.โปรดงดแสดงความคิดเห็นที่ไม่สร้างสรรค์ ขาดเมตตาธรรม ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยกให้แก่สังคมและขัดต่อกฎหมาย รวมทั้งโปรดใช้ถ้อยคำที่สุภาพในการแสดงความคิดเห็น
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดูแลเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3.ผู้ดูแลเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการ
4.กรุณาอย่าพิมพ์ข้อความที่เป็นข้อมูลส่วนตัว เช่นที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ เพื่อความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวของท่านเอง